5 ปัจจัย ที่ Joomla ยังน่าใช้ในปี 2020

 

     ต้องบอกก่อนเลยว่าคงมีหลายๆ คนที่ใช้ Joomla ในปัจจุบัน และเกิดความไม่แน่ใจ หรือเรียกว่า ไม่มั่นใจ ถึงอนาคตของเว็บไซต์ตัวเอง ที่ใช้งาน Joomla เพราะจากข้อมูลและการพัฒนาของทาง Joomla.org ไม่ค่อยตอบโจทย์ในเรื่องของการแสดงความเชื่อมั่น รวมถึงตัว Extension ก็มีการเพิ่มขึ้นที่น้อยมาก ถ้าเทียบกับ CMS ตัวอื่นๆ


     ทำให้หลายๆคน คงสงสัยว่า ในปีนี้ 2020 รวมถึงในอนาคต เรายังสามารถใช้ Joomla เป็นเว็บไซต์ได้ต่อไปอีกไหม? เราจะมาคุยกันเรื่องนี้ครับ ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่า Joomla 3.9.15 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันนั้น จากการที่ได้ทำงานให้กับลูกค้าของผมหลายๆ ที่ ทำให้ผมเห็นว่าตัว Joomla เองยังสามารถนำมาพัฒนาทำเว็บไซต์ได้ดีอยู่ สามารถตอบโจทย์ หรือ จัดการกับความต้องการของลูกค้า หรือแม้กระทั้งความต้องการของเราเองได้ดีในระดับหนึ่ง ถ้าไม่นับความต้องการเพิ่ม ฟังค์ชั่นเฉพาะเจาะจง ซึ่งแบบนั้น คงต้องมองถึงการเขียน Extension หรือ Code เฉพาะทางขึ้นมาเอง แต่ในกรณี User ทั่วไปเราสามารถดัดแปลงและนำเสนอข้อมูลได้เป็นอย่างดี ทั้งในส่วน ข้อมูลต่างๆ องค์ประกอบของเว็บ รวมถึง โครงสร้าง ผมถือว่า ยังเป็นอะไรที่จัดการได้ง่ายอยู่

 

5 ปัจจัย Joomla

ทีนี้อะไรคือปัจจัยหลัก ที่ทำให้ Joomla 3.9.15 ในปีนี้ ยังคงน่าใช้อยู่ ผมแยกออกเป็น 5 ปัจจัย ดังนี้

 5 factors 1

ทำเว็บด้วย Joomla ใช้งานง่าย

 

1. ทำเว็บด้วย Joomla ใช้งานง่าย

     คงมีหลายๆคน ที่มักจะคิดว่า ขั้นตอนการใช้งานของ joomla นั้นยากกว่า Cms ตัวอื่นๆ แต่มันกลับตรงกันข้างกับสิ่งที่ผมได้รับจากการแนะนำการใช้งานให้กับลูกค้า ทั้งในส่วนการอธิบาย และการทำคู่มือ ลูกค้าหลายๆ ที่สามารถทำเองและทำความเข้าใจได้เร็ว เพราะการใช้งาน joomla ในส่วน Administrator มีการแยกองค์ประกอบชัดเจน ทำให้การเข้าถึงที่เป็นขั้นตอน และเข้าใจง่าย รวมถึงกรณีส่วนเสริม หรือ Extensions อื่นๆ ก็ทำงานภายใต้ลำดับ ขั้นตอนของ Joomla ทำให้การแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนข้อมูล จึงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น จึงพอสรุปได้ว่า การใช้งาน Joomla นั้นไม่ได้ยากเลย ยิ่งถ้าหากคุณมีความรู้เบื้องต้นมาก่อนบ้าง การใช้งานก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั้นเอง

 

5 factors 2

การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ที่ยืดหยุ่น

 

2. การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ที่ยืดหยุ่น

     ในกรณีนี้ ผมเน้นไปที่โครงสร้างของเว็บไซต์ที่เป็น Template และ การใช้งาน ตำแหน่งการแสดงผลของ Module ที่ต้องบอกว่า ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานของการกำหนดโครงสร้างใน Template จะยิ่งทำให้เราออกแบบเว็บไซต์ได้อย่างอิสระมากๆ ตัวอย่างที่ผมพอจะบอกได้คือ ผมสร้าง template ตัวเดียว แต่นำไปแก้ชื่อ template และปรับโครงสร้างให้กับงานมามากกว่า 300 เว็บแล้ว

     โดยที่ผมแทบไม่ต้องเขียน Code หรือ CSS อะไรให้วุ่นวายเลย (ปกติถ้าคนทำเว็บก็จะทราบว่า การเขียน css นั้น มันเขียนกันหลายบรรทัดมาก กว่าจะเสร็จ แต่ผมเขียนเองไม่เคยเกิน 100 บรรทัดเลย) และการใช้ Extension ที่เป็น Module ในตำแหน่งต่างๆ สามารถจัดการได้ง่ายๆ เพราะภายใต้ Extension Manager ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Module Manager หรือ Plugin Manager เป็นการแยกประเภทของส่วนเสริมออกมาให้ชัดเจน และ ใช้งานอย่างเป็นระบบ นั้นเอง

 

5 factors 3

การใช้งาน ที่หลากหลาย แม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน

 

3. การใช้งาน ที่หลากหลาย แม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน

     พูดง่ายๆ ก็คือ Joomla สามารถกำหนดส่วนใดส่วนหนึ่งได้โดยการกำหนดในตำแหน่ง หรือ การ config ที่ต่างกัน ทำให้ผลลัพธ์ ในการแสดงผล ก็จะมีความแตกต่างกันได้ อาทิเช่น การกำหนด Site Meta Description และ Site Meta Keywords ถึงจะมีการกำหนดในส่วน Global Configuration ของ Joomla อยู่แล้วก็ตาม แต่เราสามารถแยกออกเป็นการกำหนดที่ต่างกัน ทั้งในส่วนของ Menu Meta Description และ Menu Meta Keywords เพื่อให้ได้ Link ที่มีคำอธิบายเฉพาะของเมนูนี้มากยิ่งขึ้น

     ซึ่งยังไม่พอ ยังสามารถกำหนดลึกลงไปได้ถึงในส่วนของ Content Meta Description และ Content Meta Keywords ได้อีกด้วย เพื่อแยกคำอธิบายและคีย์เวิร์ดเฉพาะของ Content นั้นๆ ได้อีก จึงสรุปได้ว่า การกำหนดรายละเอียดบางส่วนของ Joomla นั้น ทำออกมาได้ละเอียด และครอบคลุมมากขึ้น (กรณีนี้ไม่ได้มีการเพิ่มเติม Extension หรือ plugin ใดๆ เป็นการจัดการด้วยตัว Joomla เอง)

 

5 factors 4

รองรับด้าน SEO ที่ไม่น้อยหน้าใคร

 

4. รองรับด้าน SEO ที่ไม่น้อยหน้าใคร

     ถ้านับปัจจุบันนี้ ก็คงมีแต่คนบอกว่า ใช้ joomla ทำ seo ไม่ได้ หรือ ไม่ดี สู้เปลี่ยนไปใช้ CMS ตัวอื่นๆ ดีกว่า แต่ความเป็นจริงแล้วส่วนหนึ่งไม่ได้มาจากตัว CMS อย่างเดียว แต่มาจากเราๆ ที่อาจจะยังกำหนด หรือ ไม่เข้าใจที่จะทำให้ตัวเว็บไซต์นั้น ดีต่อ seo ได้มากขึ้นอย่างไร เพราะเรื่องของ seo ไม่ว่าจะเป็น CMS ตัวไหน ถ้าผู้ใช้ ไม่เข้าใจพื้นฐานของ CMS ที่เราใช้ในการกำหนดในส่วน seo ก็เท่ากับว่าเปอร์เซ็นในด้าน seo ก็ลดน้อยลงไปแล้วนั้นเอง

     และอีกอย่างจาก Extension ที่ผลิตออกมาใช้กับ Joomla ด้าน seo นั้นมีไม่มาก และอาจทำได้ไม่ดีเท่ากับในส่วนของ CMS ตัวอื่น แต่ถ้านับการจัดการ หรือ การตั้งค่าด้าน SEO ใน Joomla บอกได้เลยว่าไม่ได้ด้อยไปกว่า CMS ตัวอื่นๆ ครับ

ตัวอย่างด้าน SEO ของ Joomla ที่ผมทำ

  • laisinterstudy ใช้ Keyword "ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ" อันดับที่ 1 / หน้า 1 Google (ยังมีอีกหลาย keyword ที่ติดหน้าแรก google)
  • ayarafurniture ใช้ Keyword "ชุดครัวบิ้วอิน" อันดับที่ 4 / หน้า 1 Google (ยังมีอีกหลาย keyword ที่ติดหน้าแรก และ อันดับ 1 ใน google)
  • รถยกอัสรี่ ใช้ Keyword "รถยกรามคำแหง" อันดับที่ 1 / หน้า 1 Google (ยังมีอีกหลาย keyword ที่ติดหน้าแรก google)
  • คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม nida ใช้ Keyword "คณะพัฒนาสังคม" อันดับที่ 1 / หน้า 1 Google (ยังมีอีกหลาย keyword ที่ติดหน้าแรก google)
  • บิ๊ก แอนด์ บอส เซอร์วิส ใช้ Keyword "ศูนย์บริการ pioneer" อันดับที่ 2 / หน้า 1 Google (รองจาก ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย))

     ยังมีอีกหลายเว็บที่ผมทำ แล้วอยู่ในอันดับต้นๆ ในการค้นหาที่ Google นั้นจึงทำให้ผมมั่นใจว่า ถ้าเราเข้าใจการทำ seo ของ Joomla โอกาสที่เราจะติดหน้าแรก ของ Google ก็เป็นไปได้ครับ อ๋อ..อีกอย่าง ทุกเว็บที่ผมแนะนำนั้น ไม่ได้ทำการโฆษณาผ่าน google Ads นะครับ

 

5 factors 5

เสถียรภาพของ Joomla และ การอัพเดทที่ต่อเนื้อง

 

5. เสถียรภาพของ Joomla และ การอัพเดทที่ต่อเนื่อง

     หากนับเฉพาะการทำเว็บไซต์ด้วย Joomla ในปัจจุบันนี้ ซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่น 3.9.15 นี้ ต้องบอกว่าแทบจะไม่พบปับหาในการใช้งานเลย ถ้าจะมีก็จะเป็นการนำไปใช้งานกับ extensions ต่างๆ แล้วเกิดปัญหา ซึ่งมักจะเป็นการไม่เข้าใจ หรือการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น เราต้องศึกษาการใช้งานของ extension นั้นๆ เสียก่อน รวมถึงข้อกำหนดหรือความต้องการของระบบ เป็นต้น

อาทิเช่น

     Joomla 3.9.15 นี้ ต้องการใช้ PHP 7.2 ขึ้นไป ต่ำสุดที่ใช้ได้ คือ 5.6 แต่เรากลับไปเช่าโฮสติ้งที่ให้บริการ PHP 5.3 แบบนี้ ก็จะเกิดปัญหาได้นั้นเอง (คนส่วนมากมักจะโทษว่า Joomla มีปัญหาเยอะ แต่อาจจะลืมมองในส่วนนี้นั้นเอง) และที่สำคัญทาง Joomla เองก็มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง และทำได้ง่าย เพียงไม่กี่คลิ๊กเท่านั้นเอง ซึ่งทำให้เราสามารถอัพเดทเองได้ง่าย และแทบจะไม่พบปัญหาในการอัพเดทเลย (แต่ถ้าเป็นก่อนหน้า 3.9 เมื่อก่อนมักจะพบปัญหาในการอัพเดท Joomla ที่เราติดตั้ง Akeeba backup เอาไว้ด้วยนั้นเอง)

 

     ดังนั้น ผมจึงคิดว่า ในปี 2020 นี้ ตัว Joomla เอง ยังคงน่าใช้อยู่ และ ยังทำงานได้ดี ทั้งในส่วนการทำเว็บไซต์เพื่อนำเสนอข้อมูล และ การทำเว็บในด้าน seo เพียงแต่อาจจะต้องทำความเข้าใจให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเราเองมากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่า CMS จะดีแค่ไหน แต่ถ้าคนทำหรือคนดูแล ไม่ใสใจ ไม่พยายามทำให้ดีขึ้น เว็บนั้น ก็เท่ากับรอวันตาย...เท่านั้นเอง

 

ขอบคุณครับ

Webmaster JoomlaHitz.com (ริว)

 

รับทำเว็บไซต์ / รับดูแลเว็บไซต์ รายเดือน / รับดูแลเว็บไซต์ รายปี / สอนทำเว็บไซต์ Joomla / รับทำเว็บราคาถูก

 

 

   โฮสติ้งดีๆ สำหรับ Joomla ที่แนะนำ เสถียน ไม่ล่ม ไม่มีปัญหา สำหรับการใช้งาน Joomla ปัจจุบันมี Server PHP 7.3 เพื่อรองรับ Joomla 3 และ 4 

 

   หากท่านใดสนใจ หาโฮสติ้งราคาไม่แพง คุณภาพดี ลองใช้ดูครับ แนะนำเลือกเป็น Package Kiddie Unlimited Bandwidth อันนี้คุ้มครับ หากท่านใดคลิ๊กผ่านลิงค์แนะนำของผม ถือว่าเป็นแรงสนับสนุนในการทำเว็บ เพื่อสร้างเนื้อหาดีๆต่อไปครับ ขอบคุณครับ

 

สนใจโฮสติ้งนี้

เพื่อคุณสนใจ..บทความนี้

สถิติเว็บไซต์

0.png8.png3.png5.png4.png7.png3.png4.png
ผู้เยี่ยมชม วันนี้147
ผู้เยี่ยมชม เมื่อวาน186
ผู้เยี่ยมชม อาทิตย์นี้692
ผู้เยี่ยมชม เดือนนี้1032
ผู้เยี่ยมชมรวม8354734

มีเพื่อนอยู่ในเว็บ ตอนนี้!

2
บุคคลทั่วไป