แนวคิด การเลือกใช้ Template Joomla 3

 

   สวัสดีครับ เรื่องต่อไปผมจะพูดถึงส่วนที่สำคัญไม่น้อยก็คือการเลือกใช้ Template Joomla ในการสร้างเว็บไซต์ เพราะโดยทั่วไปแล้วนั้นไม่ว่าเราจะออกแบบเว็บไซต์แบบไหน เราก็ต้องมี Template หลักที่เป็นตัวเริ่มต้นในการสร้างเว็บไซต์ก่อนเสมอ แล้วการเลือกใช้เทมเพลทนั้น ไม่ว่าเพื่อนๆ จะสร้างสักกี่เว็บไซต์ แต่ตัวเทมเพลทก็ยังคงเป็นตัวเดิมที่ใช้อยู่ตลอดนั้นเอง เอ๊ะยังไง ลองติดตามดูครับ


เพื่อนๆ คงสงสัยว่าแล้วทำไมเราไม่เปลี่ยนเทมเพลทไปตามเว็บไซต์ที่เราจะทำ หรือเราอาจจะเลือกเทมเพลทที่ใกล้เคียงกับความต้องการของเราในแต่ละเว็บไซต์ก็ได้นี่ เนื่องจากการที่เราเปลี่ยนเทมเพลทไปเรื่อยๆ จะทำให้เราไม่เข้าใจและอาจสับสน ในการกำหนดรายละเอียดของแต่ละเทมเพลทที่แตกต่างกัน แต่ถ้าเราใช้เทมเพลทตัวเดิม ออกแบบเว็บไซต์ใหม่ไปเรื่อยๆ เราก็จะทราบถึงส่วนต่างๆ ว่าเราจะไปแก้ไขตรงไหน ไปกำหนดเพิ่มเติมตรงไหน นั้นเอง

เอาเป็นว่าถ้าจะให้บอกเป็นแนวก็จะได้หลักการเลือกเทมเพลทดังนี้

1. ต้องเป็นเทมเพลทฟรี เพราะจะไม่ติดปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์ 
2. เทมเพลทฟรี จะมีการกำหนดรายละเอียดที่ไม่ซับซ้อน ดังนั้น เราก็ต้องเลือกดูที่ไฟล์ index.php ว่าเราพอที่จะดูแล้วเข้าใจมากน้อยแค่ไหน เช่น ในส่วน head ของไฟล์ index.php มีการกำหนดอะไรบ้าง เป็นต้น นะครับ
3. รูปแบบที่เราเห็นใน demo ของเทมเพลทนั้น มีการกำหนดองค์ประกอบต่างๆ ที่ตรงต่อความต้องการของเราไหม เช่น โทนสี ตัวอักษร สีลิงค์ เป็นต้น แต่โดยความเป็นจริง เราสามารถเปลียนแปลงที่หลังได้ครับ
4. เทมพลทที่เลือก นำไปทดสอบกับ Extensions ต่างๆ ดูแล้วว่ามีปัญหาหรือไม่นะครับ

ที่นี้มาดูระหว่าง Free Template หรือ แบบ commercial template (แบบเสียตังค์) เพื่อนๆ จะเลือกใคร เพื่อนๆ คงงงว่าทำไมผมถึงถามแบบนี้ ที่ผมต้องถามแบบนี้ก็เพราะว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น มันมองเห็นผมดีและผลเสียที่แตกต่างกันของเทมเพลททั้ง 2 แบบ ซึ่งผมจะสรุปออกมาให้เพื่อนๆ ได้รับทราบก่อนที่จะทำการเลือกเทมเพลทมาใช้ เพราะหากถ้าเลือกมาแล้ว ทำไปได้สักพักแล้วปรากฎไม่สามารถแก้ไขอะไรต่อได้ เพื่อนๆ ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกที ซึ่งผมเคยเจอแบบนี้มาแล้ว มันเสียเวลาน่าดูครับ ทีนี้มาดูกันครับว่าทั้ง 2 แบบเป็นยังไง


Free Template Joomla

   เป็นเทมเพลทที่เปิดโอกาสให้เราได้นำไปใช้ได้ฟรีๆ นะครับ (เพื่อนๆ คงบอกอันนี้ตูก็รู้อยู่แล้วบอกทำไมอะ -*-) แต่ความแตกต่างโดยหลักทั่วไปแล้วก็คือ เทมเพลทแบบนี้ จะใช้คำสั่งหรือ Script ต่างๆ รวมถึงลูกเล่นต่างๆ น้อยมาก บางเทมเพลทก็ดูไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพื่อนๆ คงเจอมาเยอะสำหรับฟรีเทมเพลท ที่ไม่ถูกใจเอาซะเลย ก็มีใช่ไหมครับ แต่ว่าการที่เทมเพลทนั้นมีรายละเอียดไม่มาก กลับส่งผลดีกับเราอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ เพราะอะไรนะเหรอ ลองดูอันนี้นะครับ

<?php

defined( '_JEXEC' ) or die( 'Restricted access' );
$LeftMenuOn = ($this->countModules('position-4') or $this->countModules('position-5') or $this->countModules('position-7'));
$RightMenuOn = ($this->countModules('position-6') or $this->countModules('position-8'));
$TopNavOn = ($this->countModules('position-13'));

$app = JFactory::getApplication();
$sitename = $app->getCfg('sitename');
$sitetitle = $this->params->get('sitetitle');
$sitedescription = $this->params->get('sitedescription');

$logopath = $this->baseurl . '/templates/' . $this->template . '/images/logo.gif';
$logo = $this->params->get('logo', $logopath);
$logoimage = $this->params->get('logoimage');
?>
<!DOCTYPE html>
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml" xml:lang="<?php echo $this->language; ?>" lang="<?php echo $this->language; ?>" dir="<?php echo $this->direction; ?>">
<head>
<jdoc:include type="head" />
<link rel="stylesheet" href="/<?php echo $this->baseurl ?>/templates/system/css/system.css" type="text/css" />
<link rel="stylesheet" href="/<?php echo $this->baseurl ?>/templates/system/css/general.css" type="text/css" />
<link rel="stylesheet" href="/<?php echo $this->baseurl ?>/templates/<?php echo $this->template; ?>/css/template.css" type="text/css" />
<link href='http://fonts.googleapis.com/css?family=Oswald' rel='stylesheet' type='text/css' />
<script type="text/javascript" src="/<?php echo $this->baseurl ?>/templates/<?php echo $this->template; ?>/js/sfhover.js"></script>
</head>

 คือส่วน Head ในไฟล์ index.php ของ ฟรีเทมเพลท เพื่อนๆ จะเห็นว่า มีรายละเอียดไม่มาก เราพอที่จะทำความเข้าใจได้โดยง่าย จนถึงสามารถเพิ่มเติ่มหรือแก้ไขไฟล์ได้ ทีนี้ถ้าลองดูในส่วนนี้

<!DOCTYPE html>
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml" xml:lang="<?php echo $this->language; ?>" lang="<?php echo $this->language; ?>" dir="<?php echo $this->direction; ?>">
<head>
<meta http-equiv="X-UA-Compatible" content="IE=edge">
<meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1">
<?php
if ($favicon = $this->helix3->getParam('favicon')) {
$doc->addFavicon(JURI::base(true) . '/' . $favicon);
} else {
$doc->addFavicon($this->helix3->getTemplateUri() . '/images/favicon.ico');
}
?>
<!-- head -->
<jdoc:include type="head" />
<?php
$megabgcolor = ($this->helix3->PresetParam('_megabg')) ? $this->helix3->PresetParam('_megabg') : '#ffffff';
$megabgtx = ($this->helix3->PresetParam('_megatx')) ? $this->helix3->PresetParam('_megatx') : '#333333';

$preloader_bg = ($this->helix3->getParam('preloader_bg')) ? $this->helix3->getParam('preloader_bg') : '#f5f5f5';
$preloader_tx = ($this->helix3->getParam('preloader_tx')) ? $this->helix3->getParam('preloader_tx') : '#f5f5f5';

// load css, less and js
$this->helix3->addCSS('bootstrap.min.css, font-awesome.min.css') // CSS Files
->addJS('bootstrap.min.js, jquery.sticky.js, main.js') // JS Files
->lessInit()->setLessVariables(array(
'preset' => $this->helix3->Preset(),
'bg_color' => $this->helix3->PresetParam('_bg'),
'text_color' => $this->helix3->PresetParam('_text'),
'major_color' => $this->helix3->PresetParam('_major'),
'megabg_color' => $megabgcolor,
'megatx_color' => $megabgtx,
'preloader_bg' => $preloader_bg,
'preloader_tx' => $preloader_tx,
))
->addLess('legacy/bootstrap', 'legacy')
->addLess('master', 'template');

//RTL
if ($this->direction == 'rtl') {
$this->helix3->addCSS('bootstrap-rtl.min.css')
->addLess('rtl', 'rtl');
}

$this->helix3->addLess('presets', 'presets/' . $this->helix3->Preset(), array('class' => 'preset'));

//Before Head
if ($before_head = $this->helix3->getParam('before_head')) {
echo $before_head . "\n";
}
?>
...

 อันนี้คือส่วน Head ของ Template แบบ commercial ผมถามว่าถ้าเราพึ่งหัดทำ Template หรือเล่นมาไม่เยอะ เราจะทราบไหมครับว่าในส่วน นี้กำหนดอะไรบ้าง อยู่ส่วนไหนบ้าง (นี้ยังไม่จบส่วน Head นะคับ) แล้วถ้าเกิดเราอยากจะแก้ตำแหน่งสักจุดในเทมเพลท เราจะหาเจอมั้ยครับ สำหรับเทมเพลทแบบ commercial template เพื่อนๆ คิดว่าอาจจะหาเจอแต่ต้องใช้เวลาสักพัก แล้วถ้าไฟล์ในโฟรเดอร์ เทมเพลทมีแบบในรูปที่.1

การเลือกใช้ Template Joomla

รูปที่.1

    ถ้ามันมีเยอะแบบนี้ เราก็คงใช้เวลาศึกษานานน่าดูกว่าจะรู้ว่า 1 ตำแหน่ง ที่ต้องการ มันต้องไปกำหนดที่ไหนบ้างนะครับ ถ้าเพื่อนๆ มีเวลามากพอผมก็คงไม่ว่าอะไรนะครับ แต่การที่เทมเพลทมีการโหลดเยอะๆ นั้น ก็จะส่งผลโดยตรงต่อการใช้งาน Extensions อื่นๆ นะครับ หมายความว่า โดยปกติแล้ว เราจะเห็นว่าเทมเพลท แบบ commercial template นั้น จะออกมาในรูปแบบสำเร็จรูป ที่ extension มาให้พร้อมใช้ เพียงพอและลงตัวกับเทมเพลทที่ให้มา พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ต้องเพิ่มอะไรเลย เว็บสวยเหมือนตัวอย่างแน่นอน แต่ความจริงก็คือ เราไม่ได้ใช้องค์ประกอบหรือ extensions ที่ให้มาเท่านั้น เรายังต้องมี extensions อื่นๆ เพิ่มเติม นั้นจึงเกิดปัญหาทันที เพราะเทมเพลท แบบ commercial template ไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับทุก extensions นะครับ เช่น ในตำแหน่ง Images show แสดงได้พอดีกับ module ที่ให้มา แต่พอเปลียนไปใช้ Module ตัวอื่น กลับใช้งานไม่ลงตัวซะงั้น หรือบางที่เว็บค้างเลย เป็นต้นนะครับ

 

Commercial template Joomla

    เป็นเทมเพลทแบบที่เราต้องเสียตังค์ ซื้อนะครับ (หรือไม่หว่า อิอิ) โดยปกติเทมเพลประเภทนี้นิยมออกมาตาม Component หลักๆ ที่มีในจูมล่า หรือทางผู้ผลิตมีทำขึ้นมานะครับ โดยอาศัยยึด Component เป็นหลักแล้วแตกรายละเอียดออกมาให้ลงตัวกับ Component นั้นๆ โดยเพิ่มเติมในส่วนโมดูลของ Component ดังกล่าว ให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น และ ที่เป็นทีเด็ดก็คือ Script หรือ ลูกเล่นต่างๆ สุดอลังการ งานช้างเลยก็ว่าได้ โดยเทมเพลทเหล่านี้นั้นมักจะมีตัวอย่างแสดงให้เห็นในเว็บของผู้ผลิต และที่สำคัญคือ มีการบอกรายละเอียดต่างๆ อย่างครบครั้นและมีไฟล์ที่เป็นตัวอย่าง เช่นเนื้อหา หรือข้อมูลต่างๆ มาให้พร้อม เพื่อที่จะให้เรานำไปเปรียบเทียบในการทำเว็บไซต์ เรียกง่ายๆ ว่าสมบูรณ์แบบทุกอย่างตามที่มีให้นั้นเอง

 

   ถามว่า แล้ว commercial template เหมาะกับใคร คำตอบก็คือ เหมาะกับเว็บบริษัทหรือหน่อยงาน ที่ไม่ต้องการแก้ไขหรือนำเสนอเนื้อหามากนัก เพียงแค่ดูให้ตรงกับความต้องการ ว่ารูปแบบ โทนสี และการกำหนดเมนู พอๆ กับที่เราต้องการใช่ไหม ถ้าใช่ก็ ok เลย แต่ถ้าเป็นเว็บที่ต้องการรายละเอียดเฉพาะอย่างมากๆ แบบนี้จะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร นอกซะจากว่าเรามีประสบการณ์มากพอที่จะแก้ไขเทมเพลทได้ อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ


    เอาละครับ ที่บอกมาทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับเพื่อนๆ ว่าจะเลือกแบบไหน แต่ในความคิดส่วนตัวนั้น ก็ยังชอบเทมเพลทฟรีมากกว่า คือ เลือก รูปแบบของโทนสีต่างๆ เช่น สีของหัวข้อ สีของลิงค์ รูปแบบเมนู การจัดองค์ประกอบโดยรวมดูดี เท่านี้ก็พอแล้ว ส่วนลูกเล่นนั้น ผมว่ามันอยู่ที่ Module หรือ plugin ที่เรานำมาใช้มากว่าครับ จะเป็นตัวสร้างสีสรรให้กับเว็บเรามากกว่าครับ อยากให้เพื่อนๆ ให้ความสำคัญในการเลือกสักนิด เพราะในอนาคตถ้าติดปัญหาแล้วแก้ไม่ได้นี่ เรื่องใหญ่นะครับ



ปล. ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดและประสบการ์ณของผมเท่านั้น อาจมีถูกบ้างผิดบ้าง ก็ขออภัยไว้ก่อนนะครับ

ขอบคุณครับ
Webmaster JoomlaHitz.com (ริว)

 

รับทำเว็บไซต์ / รับดูแลเว็บไซต์ รายเดือน / รับดูแลเว็บไซต์ รายปี / สอนทำเว็บไซต์ Joomla / รับทำเว็บราคาถูก

 

 

   โฮสติ้งดีๆ สำหรับ Joomla ที่แนะนำ เสถียน ไม่ล่ม ไม่มีปัญหา สำหรับการใช้งาน Joomla ปัจจุบันมี Server PHP 7.3 เพื่อรองรับ Joomla 3 และ 4 

 

   หากท่านใดสนใจ หาโฮสติ้งราคาไม่แพง คุณภาพดี ลองใช้ดูครับ แนะนำเลือกเป็น Package Kiddie Unlimited Bandwidth อันนี้คุ้มครับ หากท่านใดคลิ๊กผ่านลิงค์แนะนำของผม ถือว่าเป็นแรงสนับสนุนในการทำเว็บ เพื่อสร้างเนื้อหาดีๆต่อไปครับ ขอบคุณครับ

 

สนใจโฮสติ้งนี้

เพื่อคุณสนใจ..บทความนี้

สถิติเว็บไซต์

0.png8.png3.png4.png4.png8.png5.png3.png
ผู้เยี่ยมชม วันนี้30
ผู้เยี่ยมชม เมื่อวาน155
ผู้เยี่ยมชม อาทิตย์นี้30
ผู้เยี่ยมชม เดือนนี้1106
ผู้เยี่ยมชมรวม8344853

มีเพื่อนอยู่ในเว็บ ตอนนี้!

1
บุคคลทั่วไป